ความสำคัญของ Air Filter ในระบบ Compressed Air ทำไมถึงขาดไม่ได้

ความสำคัญของ Air Filter ในระบบ Compressed Air ทำไมถึงขาดไม่ได้


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

Air Filter คือด่านป้องกันแรกของระบบ Compressed Air ทำหน้าที่กำจัดฝุ่น ละอองน้ำ และไอน้ำมันที่ปนมากับอากาศอัด ก่อนส่งต่อไปยังเครื่องจักร ปั๊มลม หรือกระบวนการผลิต ระบบกรองที่ดีช่วยยืดอายุอุปกรณ์ปลายทาง ลดการหยุดซ่อมกะทันหัน และควบคุมคุณภาพอากาศให้ตรงตามมาตรฐาน ISO 8573-1 ในทางกลับกัน หากละเลยการเปลี่ยนไส้กรองตามรอบ ปัญหาที่ตามมาไม่ได้มีแค่คุณภาพอากาศต่ำลง แต่ยังทำให้ค่าไฟฟ้าของทั้งระบบเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

Air Filter ในระบบอัดอากาศ มีกี่ประเภท

ประเภทไส้กรอง

หน้าที่หลัก

ขนาดกรอง (Micron)

General Purpose / Particulate Filter

กรองฝุ่น สนิม และเศษตะกรันจากท่อ

1 - 5 micron

Coalescing Filter

รวมละอองน้ำและน้ำมันขนาดเล็กให้เป็นหยดใหญ่แล้วแยกออก

ลงถึง 0.01 micron

Activated Carbon Filter (Adsorption)

ดูดซับไอน้ำมันและกลิ่น ใช้ต่อจาก Coalescing เสมอ

ระดับโมเลกุล (ppm)

หลักการกรองที่ถูกต้องคือ ต้องกรองหยาบก่อนละเอียดเสมอ เช่น ใช้ pre-filter ขนาด 5 micron ก่อนไส้กรองละเอียด 1 micron เพื่อไม่ให้ไส้กรองละเอียดตันเร็วเกินไปจากอนุภาคขนาดใหญ่ และควรวาง Activated Carbon Filter ไว้หลัง Coalescing Filter เสมอ เพราะหากมีละอองน้ำหรือน้ำมันหลุดเข้าไปก่อน จะทำให้ไส้กรองคาร์บอนอิ่มตัวและหมดประสิทธิภาพภายในไม่กี่ชั่วโมง

ทำไมไส้กรองสกปรกถึงทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น

เมื่อไส้กรองเริ่มอุดตัน แรงดันตกคร่อม (Pressure Drop) ระหว่างทางเข้าและทางออกของไส้กรองจะเพิ่มขึ้น คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาแรงดันปลายทางให้เท่าเดิม ตามแนวทางปฏิบัติมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมอัดอากาศ ทุกๆ ค่าแรงดันตกคร่อมที่เพิ่มขึ้น 1 bar จะทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าของคอมเพรสเซอร์เพิ่มขึ้นประมาณ 7% ซึ่งหมายความว่าการละเลยไส้กรองที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แท้จริงแล้วส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าทั้งระบบ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้าน Energy Saving ขององค์กรโดยตรง

ถ้าไม่เปลี่ยน Air Filter ตามรอบ จะเกิดผลเสียอะไรบ้าง

  • ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก pressure drop ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับการอุดตัน
  • น้ำมันและความชื้นหลุดรอดไปปนเปื้อนกระบวนการผลิตหรือสินค้า โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร ยา และอิเล็กทรอนิกส์ที่อ่อนไหวต่อการปนเปื้อน
  • อายุการใช้งานเครื่องจักรปลายทาง เช่น วาล์วและกระบอกลม สั้นลงจากสิ่งปนเปื้อนที่สะสม
  • คุณภาพอากาศไม่ผ่านมาตรฐาน ISO 8573-1 ที่ลูกค้าหรือกระบวนการผลิตกำหนดไว้
  • ความเสี่ยงหยุดผลิตกะทันหัน หาก pressure drop สูงจนระบบจ่ายอากาศไม่ทันความต้องการ

เลือก Air Filter อย่างไรให้ตรงตาม ISO 8573-1 Class ที่ต้องการ

ISO 8573-1 เป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดคุณภาพอากาศอัดใน 3 กลุ่มคือ อนุภาคของแข็ง (Particle) น้ำ (Water) และน้ำมัน (Oil) โดยตัวเลข class ในแต่ละกลุ่มยิ่งต่ำยิ่งหมายถึงอากาศที่บริสุทธิ์มากขึ้น เช่น class 1.4.1 หมายถึงอนุภาคละเอียดมาก ความชื้นอยู่ในระดับที่ต้องใช้เครื่องอบลมแห้งร่วมด้วย และปริมาณน้ำมันต่ำมากซึ่งต้องใช้ coalescing filter ร่วมกับ activated carbon filter

กลุ่มอุตสาหกรรม

ISO 8573-1 Class แนะนำ

ชุดกรองที่ควรใช้

งานทั่วไป / เครื่องมือลม

Class 3 - 4

Particulate Filter + Coalescing Filter

อาหาร / บรรจุภัณฑ์

Class 1 - 2

Coalescing Filter + Carbon Filter + Air Dryer

อิเล็กทรอนิกส์ / เภสัชกรรม

Class 1

Coalescing Filter + Carbon Filter + Air Dryer เกรดสูง

ควรเปลี่ยน Air Filter บ่อยแค่ไหน

  • ไส้กรองอากาศต้นทาง (Intake / Particulate Filter): ตรวจสอบทุกสัปดาห์ เปลี่ยนทุกประมาณ 2,000 ชั่วโมงทำงาน หรือทุก 6-12 เดือน แล้วแต่สภาพแวดล้อมฝุ่น
  • Coalescing Filter และ Carbon Filter: ควรเปลี่ยนเมื่อค่า pressure drop เกิน 0.3-0.5 bar หรือทุกประมาณ 4,000-8,000 ชั่วโมง

สภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นมากหรือความชื้นสูง ควรร่นระยะเวลาการเปลี่ยนให้ถี่ขึ้นกว่ารอบมาตรฐาน

ให้วิศวกร Delta Compressor ตรวจสอบระบบกรองอากาศในโรงงานของคุณฟรี พร้อมประเมินค่า pressure drop และจุดที่ควรปรับปรุง

FAQs

Q1: Air filter ในระบบ compressed air คืออะไร

A: คืออุปกรณ์กรองสิ่งปนเปื้อน เช่น ฝุ่น น้ำ และไอน้ำมัน ออกจากอากาศอัดก่อนส่งไปใช้งาน ช่วยปกป้องเครื่องจักรปลายทางและรักษาคุณภาพอากาศให้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด

Q2: ควรเปลี่ยน air filter กี่เดือนครั้ง

A: โดยทั่วไปไส้กรองอากาศต้นทางควรเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน หรือทุกประมาณ 2,000 ชั่วโมงทำงาน ส่วน coalescing และ carbon filter ควรเปลี่ยนเมื่อค่า pressure drop สูงเกินเกณฑ์ แม้ยังไม่ครบรอบเวลาที่กำหนด

Q3: Coalescing filter ต่างจาก particulate filter อย่างไร

A: Particulate filter กรองฝุ่นและอนุภาคของแข็งเป็นหลัก ส่วน coalescing filter ออกแบบมาเพื่อรวมละอองน้ำมันและน้ำที่มีขนาดเล็กมากให้จับตัวเป็นหยดใหญ่แล้วแยกออกจากอากาศ

Q4: Dew point เกี่ยวข้องกับ air filter อย่างไร

A: Dew point คืออุณหภูมิที่ไอน้ำในอากาศเริ่มควบแน่นเป็นหยดน้ำ filter ช่วยดักน้ำและน้ำมันเบื้องต้น แต่การควบคุม dew point ให้ต่ำต้องใช้เครื่องอบลมแห้ง (Air Dryer) ทำงานร่วมด้วยเสมอ

Q5: ธุรกิจอาหารหรือยาต้องใช้ filter แบบไหน

A: ควรใช้ชุดกรองระดับ ISO 8573-1 Class 1-2 ประกอบด้วย coalescing filter, activated carbon filter และเครื่องอบลมแห้ง เพื่อควบคุมทั้งอนุภาค น้ำมัน และความชื้นให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด


บริษัท เดลต้า คอมเพรสเซอร์ ผู้จัดจำหน่ายปั๊มลมแบบสกรู และเครื่องอัดอากาศ สำหรับโรงงานทุกประเภท คุณภาพสูง ทนทาน แข็งแรง สนใจติดต่อสอบถาม ได้ที่นี่

« Back to Blog