Table of Contents
Air Filter คือด่านป้องกันแรกของระบบ Compressed Air ทำหน้าที่กำจัดฝุ่น ละอองน้ำ และไอน้ำมันที่ปนมากับอากาศอัด ก่อนส่งต่อไปยังเครื่องจักร ปั๊มลม หรือกระบวนการผลิต ระบบกรองที่ดีช่วยยืดอายุอุปกรณ์ปลายทาง ลดการหยุดซ่อมกะทันหัน และควบคุมคุณภาพอากาศให้ตรงตามมาตรฐาน ISO 8573-1 ในทางกลับกัน หากละเลยการเปลี่ยนไส้กรองตามรอบ ปัญหาที่ตามมาไม่ได้มีแค่คุณภาพอากาศต่ำลง แต่ยังทำให้ค่าไฟฟ้าของทั้งระบบเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
Air Filter ในระบบอัดอากาศ มีกี่ประเภท
ประเภทไส้กรอง | หน้าที่หลัก | ขนาดกรอง (Micron) |
General Purpose / Particulate Filter | กรองฝุ่น สนิม และเศษตะกรันจากท่อ | 1 - 5 micron |
Coalescing Filter | รวมละอองน้ำและน้ำมันขนาดเล็กให้เป็นหยดใหญ่แล้วแยกออก | ลงถึง 0.01 micron |
Activated Carbon Filter (Adsorption) | ดูดซับไอน้ำมันและกลิ่น ใช้ต่อจาก Coalescing เสมอ | ระดับโมเลกุล (ppm) |
หลักการกรองที่ถูกต้องคือ ต้องกรองหยาบก่อนละเอียดเสมอ เช่น ใช้ pre-filter ขนาด 5 micron ก่อนไส้กรองละเอียด 1 micron เพื่อไม่ให้ไส้กรองละเอียดตันเร็วเกินไปจากอนุภาคขนาดใหญ่ และควรวาง Activated Carbon Filter ไว้หลัง Coalescing Filter เสมอ เพราะหากมีละอองน้ำหรือน้ำมันหลุดเข้าไปก่อน จะทำให้ไส้กรองคาร์บอนอิ่มตัวและหมดประสิทธิภาพภายในไม่กี่ชั่วโมง
ทำไมไส้กรองสกปรกถึงทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น
เมื่อไส้กรองเริ่มอุดตัน แรงดันตกคร่อม (Pressure Drop) ระหว่างทางเข้าและทางออกของไส้กรองจะเพิ่มขึ้น คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาแรงดันปลายทางให้เท่าเดิม ตามแนวทางปฏิบัติมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมอัดอากาศ ทุกๆ ค่าแรงดันตกคร่อมที่เพิ่มขึ้น 1 bar จะทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าของคอมเพรสเซอร์เพิ่มขึ้นประมาณ 7% ซึ่งหมายความว่าการละเลยไส้กรองที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แท้จริงแล้วส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าทั้งระบบ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้าน Energy Saving ขององค์กรโดยตรง
ถ้าไม่เปลี่ยน Air Filter ตามรอบ จะเกิดผลเสียอะไรบ้าง
- ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก pressure drop ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับการอุดตัน
- น้ำมันและความชื้นหลุดรอดไปปนเปื้อนกระบวนการผลิตหรือสินค้า โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร ยา และอิเล็กทรอนิกส์ที่อ่อนไหวต่อการปนเปื้อน
- อายุการใช้งานเครื่องจักรปลายทาง เช่น วาล์วและกระบอกลม สั้นลงจากสิ่งปนเปื้อนที่สะสม
- คุณภาพอากาศไม่ผ่านมาตรฐาน ISO 8573-1 ที่ลูกค้าหรือกระบวนการผลิตกำหนดไว้
- ความเสี่ยงหยุดผลิตกะทันหัน หาก pressure drop สูงจนระบบจ่ายอากาศไม่ทันความต้องการ
เลือก Air Filter อย่างไรให้ตรงตาม ISO 8573-1 Class ที่ต้องการ
ISO 8573-1 เป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดคุณภาพอากาศอัดใน 3 กลุ่มคือ อนุภาคของแข็ง (Particle) น้ำ (Water) และน้ำมัน (Oil) โดยตัวเลข class ในแต่ละกลุ่มยิ่งต่ำยิ่งหมายถึงอากาศที่บริสุทธิ์มากขึ้น เช่น class 1.4.1 หมายถึงอนุภาคละเอียดมาก ความชื้นอยู่ในระดับที่ต้องใช้เครื่องอบลมแห้งร่วมด้วย และปริมาณน้ำมันต่ำมากซึ่งต้องใช้ coalescing filter ร่วมกับ activated carbon filter
กลุ่มอุตสาหกรรม | ISO 8573-1 Class แนะนำ | ชุดกรองที่ควรใช้ |
งานทั่วไป / เครื่องมือลม | Class 3 - 4 | Particulate Filter + Coalescing Filter |
อาหาร / บรรจุภัณฑ์ | Class 1 - 2 | Coalescing Filter + Carbon Filter + Air Dryer |
อิเล็กทรอนิกส์ / เภสัชกรรม | Class 1 | Coalescing Filter + Carbon Filter + Air Dryer เกรดสูง |
ควรเปลี่ยน Air Filter บ่อยแค่ไหน
- ไส้กรองอากาศต้นทาง (Intake / Particulate Filter): ตรวจสอบทุกสัปดาห์ เปลี่ยนทุกประมาณ 2,000 ชั่วโมงทำงาน หรือทุก 6-12 เดือน แล้วแต่สภาพแวดล้อมฝุ่น
- Coalescing Filter และ Carbon Filter: ควรเปลี่ยนเมื่อค่า pressure drop เกิน 0.3-0.5 bar หรือทุกประมาณ 4,000-8,000 ชั่วโมง
สภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นมากหรือความชื้นสูง ควรร่นระยะเวลาการเปลี่ยนให้ถี่ขึ้นกว่ารอบมาตรฐาน
FAQs
Q1: Air filter ในระบบ compressed air คืออะไร
A: คืออุปกรณ์กรองสิ่งปนเปื้อน เช่น ฝุ่น น้ำ และไอน้ำมัน ออกจากอากาศอัดก่อนส่งไปใช้งาน ช่วยปกป้องเครื่องจักรปลายทางและรักษาคุณภาพอากาศให้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด
Q2: ควรเปลี่ยน air filter กี่เดือนครั้ง
A: โดยทั่วไปไส้กรองอากาศต้นทางควรเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน หรือทุกประมาณ 2,000 ชั่วโมงทำงาน ส่วน coalescing และ carbon filter ควรเปลี่ยนเมื่อค่า pressure drop สูงเกินเกณฑ์ แม้ยังไม่ครบรอบเวลาที่กำหนด
Q3: Coalescing filter ต่างจาก particulate filter อย่างไร
A: Particulate filter กรองฝุ่นและอนุภาคของแข็งเป็นหลัก ส่วน coalescing filter ออกแบบมาเพื่อรวมละอองน้ำมันและน้ำที่มีขนาดเล็กมากให้จับตัวเป็นหยดใหญ่แล้วแยกออกจากอากาศ
Q4: Dew point เกี่ยวข้องกับ air filter อย่างไร
A: Dew point คืออุณหภูมิที่ไอน้ำในอากาศเริ่มควบแน่นเป็นหยดน้ำ filter ช่วยดักน้ำและน้ำมันเบื้องต้น แต่การควบคุม dew point ให้ต่ำต้องใช้เครื่องอบลมแห้ง (Air Dryer) ทำงานร่วมด้วยเสมอ
Q5: ธุรกิจอาหารหรือยาต้องใช้ filter แบบไหน
A: ควรใช้ชุดกรองระดับ ISO 8573-1 Class 1-2 ประกอบด้วย coalescing filter, activated carbon filter และเครื่องอบลมแห้ง เพื่อควบคุมทั้งอนุภาค น้ำมัน และความชื้นให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด







