Table of Contents
อย่างที่รู้กันว่า Air filter ที่ถูกติดตั้งในระบบอัดอากาศทั้งแบบสกรูและแบบลูกสูบนั้น ค่อนข้างมีความสำคัญอย่างมากในเรื่องของ คุณภาพอากาศอัดหรือ air quality ซึ่ง Air filter โดยทั่วไปในอุตสาหกรรมจะมีทั้งหมด 4 Class หลักๆ ซึ่งแต่ละ Class จะมีหน้าที่การทำงานที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงวิธีการเลือกใช้งานหรือเลือกการติดตั้งให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการมากที่สุด ความเข้าใจที่ว่าการติดตั้ง Air filter ยิ่งใหญ่ยิ่งดี ยิ่งจำนวนตัวเยอะยิ่งดี เป็นความเข้าใจที่ผิด บทความนี้จะพาทุกท่านให้ทราบกันว่าวิธีการเลือกใช้งานเป็นอย่างไร
ทำความรู้จัก Air Filter แต่ละชนิดกันก่อนนะครับ
- Pre filter หรือ Filter ที่มีระดับการกรองอนุภาคของแข็งอยู่ที่ประมาณ 3 ไมครอน และ ปริมาณการรองรับของเหลวจะสามารถทำได้ที่ 1,000 mg/m3 ซึ่งฟิลเตอร์ชนิดนี้ จะแนะนำติดตั้งที่ขาเข้าของเครื่อง air dryer เนื่องจากว่าอากาศอัดที่มาจากปั๊มลมสกรูนั้นยังมีความร้อนและปริมาณน้ำในอากาศอัดค่อนข้างมาก ก่อนที่จะเข้า air dryer นั้น จำเป็นต้องมี Filter ที่สามารถกรองอนุภาคของแข็งแบบหยาบได้ และสามารถรองรับปริมาณน้ำในอากาศอัดได้ปริมาณที่มาก ทั้งนี้การติดตั้ง Filter ตัวนี้ก่อนเข้าเครื่อง air dryer จะเป็นการป้องกันตัวเครื่อง air dryer ไปในตัวได้ด้วยเช่นกัน
- Micro filter หรือ Filter ที่มีระดับการกรองอนุภาคของแข็งอยู่ที่ประมาณ 1 ไมครอน ปริมาณการรองรับของเหลวจะสามารถทำได้ที่ 100 mg/m3 ซึ่งฟิลเตอร์ชนิดนี้ จะแนะนำติดตั้งที่ขาออก air dryer เนื่องจากว่ามีการรองรับปริมาณน้ำในอากาศได้น้อยกว่า อากาศอัดจึงจะต้องผ่านเครื่องทำลมแห้งเพื่อกำจัดน้ำในอากาศอัดออกเสียก่อน อุตสาหกรรมโดยทั่วไปแล้วจะติดตั้ง air filter ชนิดนี้เป็นตัวสุดท้ายก่อนนำไปใช้งาน Air Quality จะได้เป็น
- Oil removal filter ทำหน้าที่ในการกรองความละเอียดของน้ำมันที่อาจจะปนเปื้อนมากับอากาศอัด สามารถทำระดับการกรองได้ที่ 0.01 mg/m3 โดยทั่วไปแล้ว Filter ชนิดนี้จะติดตั้งหลัง micro filter โดยอุตสาหกรรมที่มีการเลือกใช้งานกันอย่างแพร่หลายได้แก่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหาร หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมที่เลือกใช้อุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพลมจำพวก Desiccant air dryer หรือ เครื่อง ผลิตก๊าซไนโตรเจน
- Activated carbon ฟิลเตอร์ชนิดนี้จะใช้สำหรับการกรองกลิ่นต่างๆ ที่ติดมากับลม โดยเฉพาะกลิ่นไอน้ำมัน สามารถทำระดับการกรองได้ที่ 0.003 mg/m3 ถือว่าเป็นฟิลเตอร์ตัวสุดท้ายที่ทำความละเอียดได้มากที่สุด เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรมอาหาร หรืออุตสหกรรมที่ค่อนข้างมีความต้องการเฉพาะเรื่องคุณภาพลมอัดที่สะอาดเป็นพิเศษ
การติดตั้ง air filter ทั้ง 4 ชนิดนี้จะต้องเรียงลำดับตามความสามารถการกรอง จาก
Prefilter > Micro filter > Oil removal filter > Activated carbon filter การติดตั้ง filter ทั้งหมด ทำให้คุณภาพลมอัด สะอาดมากที่สุด แต่ถ้าความต้องการคุณภาพลมอัดของคุณ ไม่จำเป็นต้องสะอาดถึงขั้น Activated carbon อย่างเช่นอุตสาหกรรม auto part , อุตสาหกรรม CNC ต่างๆ สามารถติดตั้ง เพียงแค่ filter 2 ชนิด Prefilter > Micro filter ก็เพียงพอต่อการใช้งาน การที่เราติดมากเกินความจำเป็น ข้อเสียจะมีดังนี้
- Filter ทั้ง 4 ตัวนี้ มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ปี ยิ่ง filter ตัวที่ละเอียดมากขึ้น ยิ่งจะต้องเปลี่ยนปล่อยขึ้น อาจจะอยู่ที่ ทุกๆ 6 เดือน ทำให้เราเสียค่าบำรุงรักษาเกินความจำเป็นเมื่อเราติด filter ตัวที่เราไม่ได้ใช้งาน
- Filter ทั้ง 4 ตัวนี้ จะทำให้เกิด Pressure drop ประมาณ 0.1 bar ถ้ากรณีที่อุตสามากรรมเรา ติดตั้ง filter เยอะเกินความจำเป็น จะทำให้เราสูญเสียเรื่องของ Pressure drop ไปโดยเปล่าประโยชน์
อีกทั้งเรื่องแนะนำการติดตั้ง air filter ควรเลือกใช้ filter ที่สามารถรองรับปริมาณลมได้อย่างเหมาะสมโดยทั่วไปแล้วจะเลือกเป็น 1 ต่อ 1 กับเครื่องปั๊มลมแบบสกรู เช่น ถ้า station ปั๊มลมสกรู สามารถทำลมได้ปริมาณ ที่ 13.8 m3/min เราจะต้องเลือก Filter ที่สามารถรองรับปริมาณลมได้ 13.8 +- ได้เพียงเล็กน้อย จะเหมาะสมมากกว่า ถ้าเลือกเล็กเกินไป จะเกิด Pressure drop ถ้าเลือกใหญ่เกิดไป จะทำหน้าที่การกรองได้ประสิทธิภาพต่ำลง








