เบื้องหลังค่าไฟ: ปั๊มลมอุตสาหกรรมเดิมของคุณกินไฟเท่าไหร่กันแน่?

เบื้องหลังค่าไฟ: ปั๊มลมอุตสาหกรรมเดิมของคุณกินไฟเท่าไหร่กันแน่?


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

เมื่อพูดถึงปั๊มลมอุตสาหกรรมในโรงงาน “ปั๊มลม” ถือเป็นหัวใจของสายการผลิตแทบทุกแห่ง เพราะไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรกล, ระบบออโตเมชัน, การแพ็คสินค้า ไปจนถึงระบบควบคุมต่างๆ ล้วนต้องพึ่งพาอากาศอัดเป็นพลังงานหลัก แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการจำนวนมากมักมองข้ามก็คือ ค่าไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่จากการใช้ปั๊มลมรุ่นเก่า ซึ่งกลายเป็นต้นทุนที่กินกำไรไปอย่างเงียบๆ ทุกเดือน

บทความนี้จะพาคุณมาเจาะลึกว่าเบื้องหลังค่าไฟของปั๊มลมเดิมกินไฟเท่าไหร่ พร้อมทั้งให้แนวทางคำนวณง่ายๆ และวิธีเปรียบเทียบกับการใช้ปั๊มลม Delta ประหยัดพลังงาน ที่อาจช่วยให้คุณคืนทุนได้ภายในไม่กี่ปี

เมื่อพูดถึงปั๊มลมอุตสาหกรรมในโรงงาน “ปั๊มลม” ถือเป็นหัวใจของสายการผลิตแทบทุกแห่ง เพราะไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรกล, ระบบออโตเมชัน, การแพ็คสินค้า ไปจนถึงระบบควบคุมต่างๆ ล้วนต้องพึ่งพาอากาศอัดเป็นพลังงานหลัก

ทำไมปั๊มลมรุ่นเก่าถึงกินไฟมาก?

1. เทคโนโลยีมอเตอร์ล้าสมัย

ปั๊มลมรุ่นเก่าส่วนใหญ่ยังใช้มอเตอร์ที่มีมาตรฐาน IE1 หรือ IE2 ซึ่งประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่ำมาก เมื่อเทียบกับมอเตอร์ยุคใหม่ที่เป็น IE3 หรือ IE4 ซึ่งสามารถใช้ไฟฟ้าได้คุ้มค่ากว่ามาก

2. ไม่มีระบบ Inverter ควบคุมรอบ

ปั๊มลมแบบ Fixed Speed จะเดินรอบสูงสุดตลอดเวลา แม้ว่าการใช้งานจริงในโรงงานจะไม่ถึงโหลดสูงสุด ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ ในขณะที่ปั๊มลม Inverter จะปรับรอบการทำงานให้เหมาะสมกับโหลดจริง

3. การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์

เมื่อใช้งานเกิน 5-10 ปีขึ้นไป ซีล, โรเตอร์ หรือวาล์วเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการรั่วไหลของอากาศ ส่งผลให้ปั๊มลมอุตสาหกรรมต้องทำงานหนักขึ้นและใช้พลังงานมากกว่าเดิม

4. ขาดการบำรุงรักษาที่เหมาะสม

หากไม่มีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) อย่างสม่ำเสมอ ประสิทธิภาพการทำงานก็ยิ่งลดลง ค่าไฟก็จะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างการคำนวณค่าไฟปั๊มลมเดิม

ลองสมมติว่าคุณใช้ ปั๊มลมสกรู 55 kW แบบ Fixed Speed ที่ติดตั้งมานานกว่า 10 ปี และทำงานเฉลี่ย 20 ชั่วโมงต่อวัน

  • กำลังไฟฟ้า: 55 kW
  • ชั่วโมงการทำงาน: 20 ชั่วโมง/วัน × 30 วัน = 600 ชั่วโมง/เดือน
  • ค่าไฟฟ้า (เฉลี่ย 4.5 บาท/หน่วย) = 55 × 600 × 4.5 = 148,500 บาท/เดือน

เมื่อลองคิดเป็นรายปี จะเท่ากับมากกว่า 1.7 ล้านบาท/ปี ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก หากพิจารณาว่าปั๊มลมเพียงตัวเดียวสามารถสร้างภาระค่าไฟมหาศาลเช่นนี้ ลองนึกถึงโรงงานที่มีปั๊มลมหลายตัว ต้นทุนพลังงานก็จะสูงขึ้นทวีคูณ

การเปรียบเทียบกับปั๊มลม Delta ประหยัดพลังงาน

สมมติว่าเปลี่ยนปั๊มลมเดิมเป็น ปั๊มลม Delta รุ่นใหม่ ที่ใช้มอเตอร์ IE4 และระบบ Inverter ซึ่งช่วยประหยัดไฟฟ้าได้เฉลี่ย 20-35%

  • หากประหยัดได้ 30% จากตัวเลขข้างต้น = 148,500 × 70% = 103,950 บาท/เดือน
  • เท่ากับประหยัดได้ 44,550 บาท/เดือน หรือมากกว่า 534,000 บาท/ปี

ตารางเปรียบเทียบ (Before vs After)

รายการปั๊มลมรุ่นเก่าปั๊มลม Delta (Energy Saving)
กำลังไฟ (kw)5555 (IE4 Inverter)
ชั่วโมงการทำงาน/เดือน600600
ค่าไฟฟ้า/เดือน148,500 บาท103,950 บาท
ค่าไฟฟ้า/ปี1,782,000 บาท1,247,400 บาท
ส่วนต่างที่ประหยัดได้-534,600 บาท/ปี

มากกว่าตัวเลขค่าไฟ: คุณค่าที่ซ่อนอยู่

1. ลด Carbon Footprint

ทุกการประหยัดพลังงาน 1 kWh ช่วยลดการปล่อย CO₂ ได้ประมาณ 0.57 กิโลกรัม นั่นหมายความว่าการลดการใช้ไฟฟ้าหลายแสนหน่วยต่อปี สามารถช่วยโรงงานของคุณเข้าสู่แนวทาง Green Industry ได้จริง

2. เสถียรภาพการผลิตที่สูงขึ้น

ปั๊มลม Delta ควบคุมแรงดันลมได้คงที่ ลดปัญหาความดันตกหรือพีคเกิน ทำให้เครื่องจักรที่ใช้ลมทำงานได้เสถียร ลดโอกาสหยุดสายการผลิต

3. ROI ระยะสั้น

หากเปรียบเทียบกับเงินลงทุนซื้อปั๊มลมอุตสาหกรรมใหม่ ราคาที่ประหยัดจากค่าไฟสามารถคืนทุนได้ในเวลาเพียง 1-2 ปี ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างมาก

4. ภาพลักษณ์โรงงานสมัยใหม่ (Hi-Tech Factory)

โรงงานที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างปั๊มลมอุตสาหกรรมไฮเทค จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าและลูกค้า ว่าคุณใส่ใจทั้งคุณภาพและสิ่งแวดล้อม

โรงงานที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างปั๊มลมอุตสาหกรรมไฮเทค จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าและลูกค้า ว่าคุณใส่ใจทั้งคุณภาพและสิ่งแวดล้อม

แนวทางง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ทันที

1. ตรวจสอบค่าไฟฟ้าจากปั๊มลม

เก็บข้อมูลการใช้งานจริง เช่น ชั่วโมงการเดินเครื่อง และกำลังไฟของปั๊มลม เพื่อคำนวณค่าไฟฟ้าอย่างโปร่งใส

2. ทำ Energy Audit

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเข้ามาตรวจสอบระบบปั๊มลมในโรงงาน ว่ามีส่วนไหนที่สิ้นเปลืองเกินไป เช่น การรั่วไหลในท่อ, การตั้งค่าแรงดันสูงเกินความจำเป็น เป็นต้น

3. เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจลงทุน

ใช้ข้อมูลจาก Energy Audit มาวิเคราะห์ว่าหากเปลี่ยนเป็นปั๊มลมประหยัดพลังงาน จะลดค่าไฟได้กี่บาท/ปี และใช้ระยะเวลากี่ปีในการคืนทุน

4. พิจารณา Total Cost of Ownership (TCO)

อย่าดูแค่ราคาซื้อปั๊มลม แต่ควรมองถึงค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า เพราะปั๊มลมกินไฟมากกว่า 70% ของต้นทุนทั้งหมดในการใช้งานจริง

สรุป

ปั๊มลมในโรงงานอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงแค่อุปกรณ์ผลิตลม แต่ยังเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่อาจทำให้โรงงานสูญเสียกำไรจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว หากยังคงใช้ปั๊มลมอุตสาหกรรมรุ่นเก่าที่กินไฟสูงต่อไป

การเปลี่ยนมาใช้ ปั๊มลมประหยัดพลังงาน อย่าง Delta ไม่ได้แค่ช่วยลดค่าไฟ แต่ยังสร้างคุณค่าในมิติอื่นๆ เช่น ลด Carbon Footprint, เพิ่มเสถียรภาพการผลิต, และยกระดับโรงงานสู่มาตรฐาน โรงงานไฮเทค (Hi-Tech Factory) ที่ตอบโจทย์แนวทาง Energy Saving & Green Industry

👉 ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คุณจะถามตัวเองว่า “ปั๊มลมเดิมของฉัน…กินไฟเท่าไหร่กันแน่?”



บริษัท เดลต้า คอมเพรสเซอร์ ผู้จัดจำหน่ายปั๊มลมแบบสกรู และเครื่องอัดอากาศ สำหรับโรงงานทุกประเภท คุณภาพสูง ทนทาน แข็งแรง สนใจติดต่อสอบถาม ได้ที่นี่


« Back to Blog